Phuket Outdoor & Shooting
เมษายน 19, 2014, 06:56:43 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว:
 
   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: การเคลื่อนย้ายและลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ  (อ่าน 4504 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
mars
บุคคลทั่วไป
« เมื่อ: สิงหาคม 13, 2010, 01:57:51 PM »

การเคลื่อนย้ายและลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ

------------------------------

                ใน การปฐมพยาบาลจะต้องมีการประเมินสภาพการบาดเจ็บและต้องดำเนินการให้การปฐม พยาบาลก่อนที่จะทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บอย่างไรก็ตามในสภาวะที่เสี่ยง อันตรายต่อชีวิต ทั้งของผู้ที่ทำการช่วยชีวิตและผู้ป่วยเจ็บในขณะนั้น ชีวิต และ/หรือความปลอดภัยของผู้ป่วยเจ็บนั้นขึ้นอยู่กับวิธีการในการช่วยชีวิตและ การเคลื่อนย้ายก่อนที่จะทำการปฐมพยาบาลหรือให้การรักษาต่อไป การปฏิบัติการช่วยชีวิตจะต้องทำอย่างรวดเร็วและปลอดภัย การปฏิบัติด้วยความสะเพร่าหรือรุนแรงเกินไปในระหว่างให้การช่วยเหลือ จะยิ่งทำให้การบาดเจ็บรุนแรงมากขึ้น

การจัดท่าผู้ป่วยเจ็บ

                การ ลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือเปล่าถือเป็นท่าเบื้องต้นในการช่วยชีวิตผู้ป่วย เจ็บถ้าผู้ป่วยเจ็บรู้สึกตัวดีเขาจะเป็นผู้บอกเราเองว่าเขาควรจะอยู่ในท่าใด และจะเคลื่อนย้ายได้อย่างไร นี่คือวิธีการที่จะลดความกลัวของผู้ป่วยเจ็บต่อการที่เขาจะต้องมีการเคลื่อน ไหวและผู้ป่วยเจ็บจะให้ความร่วมมือกับเรามากขึ้นส่วนความจำเป็นที่จะพลิกตัว ให้ผู้ป่วยเจ็บอยู่ในท่านอนหงายหรือนอนคว่ำนั้น ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในการจัดท่าที่จะต้องใช้ในการลำเลียงเป็นหลัก

                ก. การพลิกตัวผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านอนคว่ำ : ผู้อุ้มนั่งคุกเข่าด้านข้างที่ไม่มีบาดแผลของผู้ป่วยเจ็บ

๑. ผู้อุ้มจับแขนของผู้ป่วยเจ็บให้อยู่เหนือศีรษะ  แล้วไขว้เท้าของผู้ป่วยเจ็บด้านไกลตัวผู้อุ้ม  ให้อยู่เหนือเท้าด้านใกล้ตัวของผู้อุ้ม

๒. ผู้อุ้มใช้มือจับไหล่ผู้ป่วยเจ็บด้านไกลตัว แล้วใช้มืออีกข้างหนึ่งจับบริเวณสะโพกหรือต้นขาของผู้ป่วยเจ็บ (ดูภาพที่ ๑)

๓. พลิกตัวผู้ป่วยเจ็บด้วยความระมัดระวังเข้าหาตัวผู้อุ้ม เพื่อให้ผู้ป่วยเจ็บอยู่ในท่านอนคว่ำ (ดูภาพที่ ๒)

ข. การพลิกตัวผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านอนหงาย :    ขั้นตอนการปฏิบัติทำเช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แต่การพลิกตัวผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านอนหงายนั้น จะต้องใช้ความระมัดระวังมากกว่า การพลิกผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านอนคว่ำ


ภาพที่ ๑


ภาพที่ ๒

การลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือ

                การลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือต้องกระทำด้วยความระมัดระวัง และถูกต้องตามวิธีการ มิฉะนั้นอาจทำให้ผู้ป่วยเจ็บได้รับอันตราย หรือทำให้การบาดเจ็บรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บจะต้องกระทำด้วยความสุขุมรอบครอบ และระมัดระวัง  ผู้ป่วยเจ็บจะต้องได้รับการปฐมพยาบาลก่อนที่จะมีการเคลื่อนย้าย แต่ในบางสถานการณ์ที่จะต้องมีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บอย่างเร่งด่วน เพื่อที่จะช่วยชีวิต ก็มีข้อยกเว้น เช่น ผู้ป่วยที่กำลังถูกไฟไหม้ในขณะที่อยู่ในรถยนต์  เป็นต้น  ในบางกรณี การลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือ ก็มีความเสี่ยงต่ออันตรายที่จะเข้าไปช่วยผู้ป่วยเจ็บ อย่างไรก็ตามแม้ว่าในการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือเปล่า สามารถกระทำได้โดยใช้หนึ่งคน หรือสองคนในการอุ้ม แต่ถ้ามีความเป็นไปได้ ควรใช้สองคนในการเคลื่อนย้าย เพราะจะทำให้เกิดความสะดวกสบายต่อผู้ป่วยเจ็บ สำหรับระยะทางในการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือไปได้ไกลจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

๑. ลักษณะการบาดเจ็บที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยเจ็บ

๒. ความแข็งแรงและความอดทนของผู้ที่ทำการแบกหรืออุ้ม

๓. น้ำหนักของผู้ป่วยเจ็บ

๔. อุปสรรค หรือ สิ่งกีดขวาง ระหว่างการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ

๕. ลักษณะของภูมิประเทศ

การลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยมือ แบ่งออกเป็น ๒ ชนิด คือ

                ๑. ท่าอุ้มเดี่ยว (One-man Carries)

                ๒. ท่าอุ้มคู่ (Two – man Carrier)

                ๑. ท่าอุ้มเดี่ยว (One-man Carries): เป็นการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ โดยใช้ผู้อุ้ม ๑ คน โดยแบ่งตามลักษณะท่าอุ้มได้ ดังนี้

๑.๑  ท่าอุ้มแบก (Fireman, s carry) เป็นท่าอุ้มที่กระทำได้ง่าย ในการที่คนๆ หนึ่งจะเข้าไปอุ้มหรือแบกคนอื่น ท่านี้เหมาะสำหรับผู้ป่วยเจ็บที่หมดสติ หรือมีสติแต่เดินไม่ได้ สามารถอุ้มผู้ป่วยเจ็บไปได้ในระยะไกลๆ

ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑.  หลังจากพลิกตัวผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านอนคว่ำแล้ว    ผู้อุ้มยืนคร่อมตัวผู้ป่วยเจ็บ จากนั้นให้ยืดและสอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปใต้หน้าอกของผู้ป่วยเจ็บ และยึดแขนทั้งสองข้างไว้ให้แน่น (ดูภาพที่ ๓)


ภาพที่ ๓

๒. ผู้อุ้มยกผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านั่งคุกเข่า โดยใช้มือประสานกันที่บริเวณหน้าอกผู้ป่วยเจ็บ

  (ดูภาพที่ ๔)


ภาพที่ ๔

๓.  ต่อจากนั้นเคลื่อนตัวผู้ป่วยเจ็บมาข้างหลัง เพื่อให้ขาและเข่าของผู้ป่วยเจ็บตั้งตรง (ดูภาพที่ ๕)


ภาพที่ ๕

๔.  ผู้อุ้มก้าวเดินไปข้างหน้า ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บอยู่ในท่ายืนตรง เอียงตัวผู้ป่วยเจ็บเล็กน้อยมาทางข้างหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้เข่าโค้งงอ (ดูภาพที่ ๖)


ภาพที่ ๖

๕.  ผู้อุ้มใช้มือข้างหนึ่งประคองผู้ป่วยเจ็บไว้ให้มั่นคง ปล่อยมืออีกข้างให้เป็นอิสระ แล้วรีบคว้าข้อมือของผู้ป่วยเจ็บอย่างรวดเร็ว พร้อมกับยกแขนของเขาให้สูงขึ้น ในขณะเดียวกันให้รีบสอดศีรษะผ่านเข้าไปใต้แขนข้างที่ยกขึ้นของผู้ป่วยเจ็บอย่างรวดเร็ว แล้วปล่อยแขนข้างทียกขึ้นของผู้ป่วยเจ็บลง (ดูภาพที่ ๗)


ภาพที่ ๗

๖. เคลื่อนใบหน้าของผู้ป่วยเจ็บอย่างรวดเร็ว และเพื่อความปลอดภัย แขนข้างหนึ่งของผู้อุ้มจับไว้ที่รอบเอวของผู้ป่วยเจ็บ ในเวลาเดียวกันผู้อุ้มสอดเท้าเข้าไปอยู่ระหว่างขาทั้งสองข้างของผู้ป่วยเจ็บ และให้ขาของผู้ป่วยเจ็บกางออกห่างกันประมาณ ๖-๘ นิ้ว (ดูภาพที่ ๘)


ภาพที่ ๘

๗. ผู้อุ้มคว้าข้อมือของผู้ป่วยเจ็บและยกแขนของเขาให้อยู่สูงเหนือศีรษะของผู้อุ้ม     (ดูภาพที่ ๙)


ภาพที่ ๙

๘. ผู้อุ้มโน้มตัวลงต่ำและดึงแขนข้างที่ยกสูง และข้างที่อยู่ต่ำวางบนไหล่ของตัวเอง พร้อมนำร่างของผู้ป่วยเจ็บวางข้ามผ่านไหล่ ในขณะเดียวกันให้สอดแขนผ่านเข้าไประหว่างขาของผู้ป่วยเจ็บ (ดูภาพที่ ๑๐)


ภาพที่ ๑๐

๙. มือด้านหนึ่งของผู้อุ้มคว้าข้อมือของผู้ป่วยเจ็บไว้  และมืออีกข้างหนึ่งวางไว้บริเวณเข่าของตัวเองเพื่อใช้สำหรับพยุงน้ำหนัก (ดูภาพที่ ๑๑)


ภาพที่ ๑๑

๑๐. ผู้อุ้มยกตัวผู้ป่วยขึ้นมา โดยให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มืออีกข้างหนึ่งของผู้อุ้มปล่อยไว้ให้เป็นอิสระ เพื่อที่จะได้เอาไว้ใช้งานอย่างอื่นได้  (ดูภาพที่ ๑๒)


ภาพที่ ๑๒

               หมายเหตุ :  ท่าอุ้มแบก (Fireman, s carry) มีวิธียกผู้ป่วยเจ็บขึ้นมาจากพื้น ได้อีกวิธีหนึ่ง (ดูภาพที่ ๑๓) การที่จะยกผู้ป่วยเจ็บด้วยวิธีนี้ จะใช้ก็ต่อเมื่อผู้อุ้ม เห็นว่าผู้ป่วยเจ็บมีความปลอดภัย โดยต้องคำนึงถึงตำแหน่งบาดแผลของผู้ป่วยเจ็บด้วย เมื่อจะใช้การยกวิธีนี้ จึงต้องดูแลและป้องกันศีรษะของผู้ป่วยเจ็บจะหักกลับมาทางด้านหลัง ซึ่งเป็นสาเหตุให้บริเวณคอเกิดการบาดเจ็บได้ สำหรับขั้นตอนการแบกผู้ป่วยเจ็บ ทำเช่นเดียวกับที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

                ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑.  ผู้อุ้มคุกเข่าอยู่ทางด้านศีรษะของผู้ป่วยเจ็บ โดยชันเข่าขึ้นข้างหนึ่งตั้ง พร้อมกับกางแขนออก แล้วสอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปใต้รักแร้ ผ่านบริเวณด้านหลังของผู้ป่วยเจ็บ (ดูภาพที่ ๑๓)


ภาพที่ ๑๓

๒.  ผู้อุ้มลุกขึ้น พร้อมกับยกผู้ป่วยเจ็บ ให้อยู่ในลักษณะตั้งเข่าทั้งสองข้าง (ดูภาพที่ ๑๔) จากนั้นยกให้ผู้ป่วยเจ็บอยู่ในท่ายืน


ภาพที่ ๑๔

๑.๒ ท่าอุ้มพยุง (Supporting carry)  (ดูภาพที่ ๑๕)  ท่าอุ้มพยุงนี้ผู้ป่วยเจ็บจะต้องเดินได้ หรืออย่างน้อยต้องสามารถใช้ขาข้างใดข้างหนึ่งได้ โดยมีอุ้มเปรียบเสมือนไม้ค้ำยันให้ ท่าอุ้มพยุงนี้สามารถช่วยลำเลียงผู้ป่วยเจ็บไปได้ในระยะไกล ๆ


ภาพที่ ๑๕ ท่าอุ้มพยุง

                ขั้นการปฏิบัติ

๑.  ผู้อุ้มยกผู้ป่วยเจ็บที่อยู่บนพื้น ให้อยู่ในท่ายืน โดยใช้วิธีการเช่นเดียวกับท่าอุ้มแบก (Fireman, s carry)

๒.  ผู้อุ้มคว้าข้อมือของผู้ป่วยเจ็บ จากนั้นดึงแขนของเขาให้มาอยู่ที่รอบๆ คอ

๓.  ผู้อุ้มใช้มืออีกข้างหนึ่งโอบกอดเอวของผู้ป่วยเจ็บไว้  แล้วให้ผู้ป่วยเจ็บเดิน หรือค่อยๆ กระโดดขาเดียวไปเรื่อยๆ

๑.๓ ท่าอุ้มกอดหน้า (Arms carry) (ดูภาพที่ ๑๖) ท่านี้มีประโยชน์มากในการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บในระยะใกล้ๆ (ระยะทางไม่เกิน ๕๐ เมตร)   เพื่อที่นำผู้ป่วยเจ็บไปหยุดรอยังสถานที่ที่จะนำเปลมารับผู้ป่วยเจ็บได้


ภาพที่ ๑๖ ท่าอุ้มกอดหน้า (Arms carry)

                ขั้นการปฏิบัติ

๑. ผู้อุ้มยกผู้ป่วยเจ็บจากพื้น ให้อยู่ในท่ายืน เช่นเดียวกับท่าอุ้มแบก (Fireman, s carry)

๒. ผู้อุ้มสอดแขนข้างหนึ่งไว้บริเวณใต้เข่าของผู้ป่วยเจ็บ ส่วนแขนอีกข้างหนึ่งสอดเข้าไปไว้รอบๆ แผ่นหลังของผู้ป่วยเจ็บ

๓. ผู้อุ้มยกผู้ป่วยเจ็บขึ้นสูงๆ ให้ส่วนหน้าอกของผู้ป่วยเจ็บแนบกับอกของผู้อุ้ม เพื่อจะทำให้ลดความล้าลงได้

หมายเหตุ : ท่านี้ห้ามใช้กับผู้ป่วยเจ็บที่สงสัยว่ามีกระดูกสันหลังหัก กระดูกขาหัก และ/หรือกระดูกเชิงกรานหัก

๑.๔ ท่าอุ้มกอดหลัง (Saddleback carry) ท่าอุ้มกอดหลัง ท่านี้ผู้ป่วยเจ็บต้องมีสติดี จึงจะสามารถลำเลียงได้ เพราะผู้ป่วยเจ็บต้องสามารถกอดคอของผู้ช่วยเหลือได้ (ดูภาพที่ ๑๗)


ภาพที่ ๑๗ ท่าอุ้มกอดหลัง (Saddleback carry)

                ขั้นการปฏิบัติ

๑. ผู้อุ้มยกผู้ป่วยเจ็บขึ้นมาให้อยู่ในท่ายืน เช่นเดียวกับท่าอุ้มแบก (Fireman, s carry)

๒. ผู้อุ้มพยุงผู้ป่วยเจ็บไว้ เลื่อนมือมาจับบริเวณข้อมือของผู้ป่วยเจ็บ ผู้อุ้มค่อยๆ เคลื่อนตัวมาบริเวณด้านข้างตัวผู้ป่วยเจ็บ ก้าวเท้าไปข้างหน้า โดยหันหลังให้ผู้ป่วยเจ็บ ดึงแขนของผู้ป่วยเจ็บมาไว้รอบคอของผู้อุ้ม  เคลื่อนตัวมาอยู่ด้านหน้าตัวผู้ป่วยเจ็บ จากนั้นพยุงตัวผู้ป่วยเจ็บให้มาอยู่บนหลัง

๓. แขนของผู้ป่วยเจ็บโอบไว้รอบคอของผู้อุ้ม

๔. ผู้อุ้มก้มตัวมาด้านหน้า พร้อมกับยกตัวผู้ป่วยเจ็บให้ขึ้นมาอยู่บนหลัง ประสานแขนทั้งสองข้างลงมาต่ำโดยให้อยู่บริเวณต้นขาของผู้ป่วยเจ็บ

            ๑.๕  อุ้มทาบหลัง (Pack-strap carry) (ดูภาพที่ ๑๘)  ท่าอุ้มทาบหลังนี้น้ำหนักของผู้ป่วยเจ็บเกือบทั้งหมดจะมาอยู่ที่บริเวณหลังของผู้อุ้ม เหมาะสำหรับการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บในระยะทางปานกลาง ( ๕๐-๓๐๐ เมตร) แต่ก็มีข้อจำกัดในผู้ป่วยเจ็บที่มีการบาดเจ็บบริเวณแขน เพราะท่านี้ ผู้อุ้มจะต้องจับแขนของผู้ป่วยเจ็บไว้ตลอด


ภาพที่ ๑๘ อุ้มทาบหลัง (Pack-strap carry)

               

ขั้นการปฏิบัติ

๑.  ผู้อุ้มยกผู้ป่วยเจ็บจากพื้นให้อยู่ในท่ายืน เช่นเดียวกับท่าอุ้มแบก (Fireman, s carry)

๒. ผู้อุ้มใช้แขนพยุงตัวผู้ป่วยเจ็บ และคว้าข้อมือผู้ป่วยเจ็บไว้ใกล้ตัว

๓. ยกแขนทั้งสองข้างของผู้ป่วยเจ็บให้อยู่เหนือศีรษะ และให้แขนพาดผ่านไหล่ของผู้อุ้ม

๔. ผู้อุ้มเลื่อนตัวมาที่ด้านหน้าของผู้ป่วยเจ็บ ในเวลาเดียวกัน พยุงตัวผู้ป่วยเจ็บไว้ โดยให้น้ำหนักตัวของผู้ป่วยเจ็บอยู่บริเวณหลังของผู้อุ้ม

๕. ผู้อุ้มจับข้อมือของผู้ป่วยเจ็บไว้ โดยให้แขนทั้งสองข้างของผู้ป่วยเจ็บอยู่ในตำแหน่งที่พาดผ่านไหล่ของผู้อุ้ม

๖. ผู้อุ้มก้มตัวมาด้านหน้า พร้อมกับยกผู้ป่วยเจ็บให้สูงขึ้นมา โดยให้น้ำหนักตัวของผู้ป่วยเจ็บมาพักอยู่ที่บริเวณหลังของผู้อุ้ม

หมายเหตุ :  ห้ามใช้ท่านี้กับผู้ป่วยเจ็บที่สงสัยว่ามีกระดูกแขน ขา กระดูกสันหลัง หรือกระดูกเชิงกรานหัก

                ๑.๖ ท่าอุ้มโดยการใช้เข็มขัดปืนพก (Pistol-belt carry) (ดูภาพที่ ๑๙)  เป็นท่าอุ้มเดี่ยวที่มีประสิทธิภาพดีวิธีหนึ่ง ที่สามารถลำเลียงผู้ป่วยเจ็บได้ในระยะไกล ๆ (มากกว่า ๓๐๐ เมตร) ผู้ป่วยเจ็บมีความปลอดภัย เพราะจะถูกพยุงด้วยเข็มขัดไว้กับไหล่ของผู้อุ้ม เพราะแขนทั้งสองข้างของผู้อุ้ม และผู้ป่วยเจ็บ (กรณีที่รู้ตัวดี) มีอิสระที่จะถืออาวุธ หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ หรือใช้ในการปีน ไต่ ข้ามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ได้

                ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑. จัดให้ผู้ป่วยเจ็บนอนหงาย นำเข็มขัดปืนพก ๒ เส้นมาต่อกัน (อาจจะใช้ ๒ เส้นก็ได้ถ้ามีความจำเป็น) ตำแหน่งของเข็มขัดปืนพกให้อยู่ที่ด้านใต้ต้นขา และบริเวณส่วนล่างของแผ่นหลังของผู้ป่วยเจ็บ เพื่อที่ทำเป็นห่วงออกไปทั้งสองข้าง (ดูภาพที่ ๑๙ A)

หมายเหตุ : กรณีที่หาเข็มขัดปืนพกไม่ได้ อาจจะใช้สายสะพายของปืน   ผ้าผูกคอสองผืน เข็มขัดหนัง หรือวัสดุอื่นๆ ที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้วัสดุที่นำมาใช้จะต้องไม่บาดหรือผูกรัดผู้ป่วยเจ็บ

๒. แยกขาของผู้ป่วยเจ็บออกจากกัน ผู้อุ้มนอนหงายทับระหว่างขาของผู้ป่วยเจ็บ แล้วสอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปในห่วงเข็มขัดที่ยื่นออกมา พยายามให้ห่วงเข็มขัดอยู่ในร่องไหล่พอดี (ดูภาพ ๑๙ B)

๓. ผู้อุ้มพลิกตัวไปทางด้านที่ไม่มีการบาดแผลของผู้ป่วยเจ็บ โดยผู้อุ้มจะอยู่ในลักษณะของท่านอนคว่ำ และมีผู้ป่วยเจ็บนอนทับผู้อุ้มอยู่ด้านบน ปรับเข็มขัดให้เข้าที่และรัดกุม ดู(ภาพ ๑๙ C)

๔.  ผู้อุ้มลุกขึ้นยืนในท่านั่งชันเข่า (ดูภาพที่ ๑๙ D)

๕. ผู้อุ้มใช้มือยันบนเข่า เพื่อพยุงตัวให้ลุกขึ้นในท่าตรง (ดูภาพที่ ๑๙ E)

๖.  ผู้อุ้มลำเลียงผู้ป่วยเจ็บไปได้  โดยสามารถใช้มือในการยิงปืน หรือปีน ไต่สิ่งกีดขวางที่เป็นอุปสรรคได้ (ดูภาพที่ ๑๙ F)


ภาพที่ ๑๙ ท่าอุ้มโดยการใช้เข็มขัดปืนพก (Pistol-belt carry)

                ๑.๗  ท่าอุ้มลากด้วยเข็มขัดปืนพก (Pistol – Belt Drag): (ดูภาพที่ ๒๐) ท่านี้เหมาะสำหรับใช้ในบริเวณเขตที่มีปะทะกับข้าศึก สามารช่วยลดอันตรายจากอาวุธเล็งตรงของข้าศึก เพราะทั้งผู้อุ้มและผู้ป่วยเจ็บสามารถหมอบอยู่ใกล้กับพื้นได้มากกว่าการลากด้วยท่าอื่นๆ เป็นการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บได้ในระยะใกล้ ๆ (ประมาณ ๕๐ เมตร) เท่านั้น


ภาพที่ ๒๐ ท่าอุ้มลากด้วยเข็มขัดปืน (Pistol – Belt Drag)

                ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑. นำเข็มขัดปืนพกสองเส้นมาต่อกัน (หรือวัสดุอย่างอื่นที่คล้ายกัน เช่น สายสะพายปืน ผ้าสามเหลี่ยม หรือผ้าขาวม้า แทนได้) ขยายเข็มขัดให้ยาวเต็มที่

๒. พลิกตัวผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในท่านอนหงาย

๓. สอดเข็มขัดเส้นหนึ่งผ่านเข้าใต้รักแร้ของผู้ป่วยเจ็บทั้งสองข้าง อีกเส้นหนึ่งพาดบนหน้าอก (ลอดใต้แขนทั้งสองข้าง) จากนั้นนำปลายเข็มขัดทั้งสองข้างมาต่อกัน

๔.  ดึงเข็มขัดมาทางผู้อุ้ม จะทำให้เป็นห่วงพอที่จะสอดแขนเข้าไปได้

๕. จับแขนซ้ายของผู้ป่วยเจ็บวางพาดบนหน้าอก แล้วจับเข็มขัดบิดไขว้กัน โดยจับเส้นล่างทับเส้นบนตามเข็มนาฬิกา

๖. ผู้อุ้มเลื่อนตัวลงไปในห่วงเข็มขัด ให้ปลายห่วงอยู่ในร่องไหล่ และรักแร้พอดี

๗. ผู้อุ้มพลิกตัวนอนคว่ำ ส่วนไหล่ซ้ายของผู้ป่วยเจ็บจะทับอยู่บนส่วนหลังของผู้อุ้มเล็กน้อย

๘.  ผู้อุ้มคลานไปข้างหน้า ดึงและลากผู้ป่วยเจ็บไปด้วย

หมายเหตุ : ห้ามใช้กับผู้ป่วยเจ็บที่สงสัยว่ามีกระดูกคอ กระดูกสันหลัง กระดูกเชิงกราน และกระดูกขาหัก

                ๑.๘  ท่าอุ้มลากด้วยคอ (Neck Drag): (ดูภาพที่ ๒๑)   ท่านี้มีประโยชน์มากในเขตที่มีการปะทะกับข้าศึก เพราะผู้อุ้มสามารถลำเลียงผู้ป่วยเจ็บ โดยวิธีการคลานสี่เท้าผ่านกำแพง สิ่งกีดขวาง พุ่มไม้เตี้ยๆ ใต้ยานพาหนะ หรือท่อระบายน้ำ ได้เป็นอย่างดี ในกรณีที่ผู้ป่วยเจ็บหมดสติ จะต้องมีการป้องกันศีรษะให้พ้นจากพื้นดิน ท่าอุ้มลากด้วยคอนี้ไม่สามารถใช้กับผู้ป่วยเจ็บที่มีกระดูกแขนหักได้



ภาพที่ ๒๑ ท่าอุ้มลากด้วยคอ (Neck Drag)

                ขั้นตอนการปฏิบัติ :

๑. ผู้อุ้มค่อยๆ คลานเข้าหาลำตัวผู้ป่วยเจ็บ แล้วขึ้นคร่อมตัวผู้ป่วยเจ็บ

๒. กรณีผู้ป่วยเจ็บมีสติดี ให้ผู้ป่วยเจ็บใช้มือทั้งสองข้างประสานกอดคอผู้อุ้มไว้ แล้วผู้อุ้มเคลื่อนย้ายผู้ป่วยเจ็บไปข้างหน้าด้วยวิธีการคลานไป

หมายเหตุ : ถ้าผู้ป่วยเจ็บหมดสติ หรือไม่สามารถใช้มือกอดคอผู้อุ้มได้ ให้ใช้เชือก ผ้าพันแผล หรือผ้าสามเหลี่ยม ผูกข้อมือทั้งสองข้างของผู้ป่วยไว้ด้วยกัน ผู้อุ้มสอดศีรษะเข้าไประหว่างแขน ก็สามารถคลานลากผู้ป่วยเจ็บไปข้างหน้าได้

                ๒. ท่าอุ้มคู่ (Two – Man Carries):   จะใช้การลำเลียงผู้ป่วยเจ็บด้วยวิธีนี้ ต่อเมื่อมีความเป็นไปได้ เพราะจะทำให้ผู้ป่วยเจ็บรู้สึกสบาย และจะช่วยให้อาการบาดเจ็บไม่รุนแรงเพิ่มขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งลดความเหนื่อยหล้าของผู้อุ้มด้วย ท่าอุ้มคู่ประกอบด้วย ๕ ท่า ดังนี้

                ๒.๑  ท่าอุ้มคู่พยุง (Two – Man Supporting Carry) (ภาพที่ ๒๒) ท่าอุ้มคู่พยุงนี้สามารถลำเลียงผู้ป่วยเจ็บได้ทั้งผู้ที่รู้สึกตัวดี และผู้ป่วยเจ็บที่หมดสติ ถ้าผู้ป่วยเจ็บมีความสูงกว่าผู้อุ้ม ผู้อุ้มอาจจะต้องยกขาทั้งสองข้างของผู้ป่วยเจ็บ แล้วให้ผู้ป่วยเจ็บพักอยู่บนแขนของผู้อุ้มทั้งสอง


ภาพที่ ๒๒ ท่าอุ้มคู่พยุง (Two – Man Supporting Carry)

                ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑. ผู้อุ้มทั้งสองช่วยเหลือให้ผู้ป่วยเจ็บยืนด้วยขาของเขาเอง พร้อมพยุงผู้ป่วยเจ็บโดยการจับบริเวณรอบๆ ข้อมือไว้

๒. ผู้อุ้มคว้าที่ข้อมือของผู้ป่วยเจ็บพร้อมกับเคลื่อนมือมาอยู่ที่บริเวณคอของผู้อุ้ม

๒. ๒ ท่าอุ้มคู่กอดหน้า (Two – Man Arms Carry) : (ดูภาพที่ ๒๓) ท่านี้เหมาะสำหรับการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บที่ต้องใช้ระยะทางปานกลาง ( ๕๐-๓๐๐ เมตร) เพื่อที่จะนำผู้ป่วยเจ็บลำเลียงด้วยเปลต่อไป ผู้อุ้มต้องยกผู้ป่วยเจ็บให้อยู่สูงและแนบกับหน้าอก ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่เราไม่สามารถหาแผ่นกระดานสำหรับรองบริเวณหลังของผู้ป่วยเจ็บที่ได้รับอันตรายที่กระดูกสันหลังได้ ท่าอุ้มคู่กอดหน้าเป็นท่าที่ปลอดภัยในการใช้ลำเลียงผู้ป่วยเจ็บที่มีอาการบาดเจ็บบริเวณหลังได้ สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือ ผู้อุ้มทั้งสองคนจะต้องระมัดระวังบริเวณศีรษะและขาของผู้ป่วยเจ็บให้อยู่ในแนวเส้นตรงไว้

 ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑.  ผู้อุ้มนั่งคุกเข่าบริเวณด้านข้างตัวผู้ป่วยเจ็บ แล้วสอดแขนให้อยู่ใต้บริเวณหลัง เอว สะโพก และเข่าของผู้ป่วยเจ็บ (ดูภาพที่ ๒๓ A)

๒.  ผู้อุ้มยกตัวผู้ป่วยเจ็บขึ้นมาให้พร้อมกัน โดยวางตัวผู้ป่วยเจ็บให้อยู่บริเวณเข่าของผู้อุ้ม (ดูภาพที่ ๒๓ B)

๓. พลิกตัวผู้ป่วยเจ็บให้หันมาทางด้านหน้าอกของผู้อุ้ม (ดูภาพที่ ๒๓C) พร้อมกับยกผู้ป่วยเจ็บขึ้นมาอยู่ในท่ายืน ขณะทำการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บให้ยกตัวผู้ป่วยเจ็บขึ้นให้สูงเพื่อลดความเหนื่อยล้า

 (ดูภาพที่ ๒๓ D)


ภาพที่ ๒๓ ท่าอุ้มคู่กอดหน้า (Two – Man Arms Carry)

๒.๓  ท่าอุ้มคู่กอดหลัง (Two – Man Fore And Aft Carry): (ดูภาพที่ ๒๔) เป็นท่าอุ้มคู่ที่เหมาะสำหรับการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บไปในระยะทางไกล ๆ (มากกว่า ๓๐๐ เมตร) ผู้อุ้มทีมีความสูงให้อยู่ทางด้านศีรษะของผู้ป่วยเจ็บ ท่านี้มีประโยชน์ในการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บเพื่อส่งต่อให้เปลมารับต่อไป

                ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑.  ผู้อุ้มที่ตัวเตี้ยอยู่ทางด้านหน้าผู้ป่วยเจ็บ นั่งคุกเข่า พร้อมกับแยกขาของผู้ป่วยเจ็บแยกออกจากกัน สอดแขนทั้งสองข้างเข้าไปใต้เข่าของผู้ป่วยเจ็บ ผู้อุ้มอีกคนนั่งคุกเข่าอยู่ทางด้านศีรษะของผู้ป่วยเจ็บ สอดมือเข้าไปใต้แขนของผู้ป่วยเจ็บ ให้ผ่านหน้าอก พร้อมกับประสานมือทั้งสองข้างให้แน่น

๒.  ผู้อุ้มทั้งสองคนยกผู้ป่วยเจ็บขึ้นพร้อมๆ กัน แล้วลำเลียงผู้ป่วยเจ็บไปข้างหน้า


ภาพที่ ๒๔ ท่าอุ้มคู่กอดหลัง (Two – Man Fore And Aft Carry)

                ๒.๔ ท่าอุ้มคู่ประสานแคร่ (Four – Hand – Seat Carry) : (ดูภาพที่ ๒๕) เป็นท่าอุ้มที่ใช้กับผู้ป่วยที่มีสติดี เพราะผู้ป่วยเจ็บจะต้องช่วยพยุงตัวเอง โดยใช้แขนโอบไว้รอบๆ ไหล่ของผู้อุ้มทั้งสองคน การลำเลียงด้วยท่านี้เหมาะสำหรับใช้กับผู้ป่วยเจ็บที่มีบาดเจ็บที่ศีรษะ หรือที่เท้า เป็นการลำเลียงในระยะทางปานกลาง ( ๕๐ ถึง ๓๐๐ เมตร) เป็นอีกท่าหนึ่งที่มีประโยชน์สำหรับการลำเลียงผู้ป่วยเพื่อส่งต่อไปยังบริเวณที่มีเปลมารับ

                ขั้นตอนการปฏิบัติ

๑.  ผู้อุ้มแต่ละคนใช้มือจับที่ข้อมือของตนเอง แล้วไปจับที่ข้อมือของผู้อุ้มอีกคน ทำให้มีลักษณะเป็นแคร่ (ดูภาพที่ ๒๕ A)

๒.  ผู้อุ้มทั้งสองคนย่อตัวลงต่ำให้เพียงพอสำหรับให้ผู้ป่วยเจ็บนั่งลงมือที่ประสานไว้ จากนั้นให้ผู้ป่วยเจ็บใช้มือทั้งสองวางไว้บริเวณรอบๆ ไหล่ของผู้อุ้มทั้งสองเพื่อไว้ช่วยพยุง (ดูภาพที่ ๒๕ B)  ผู้อุ้มทั้งคนยกผู้ป่วยเจ็บขึ้นให้อยู่ในท่าตรง แล้วทำการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บต่อไป


ภาพที่ ๒๕ ท่าอุ้มคู่ประสานแคร่ (Four – Hand – Seat Carry)

                ๒.๕  ท่าอุ้มคู่จับมือ (Two – Hand – Seat carry)  : (ดูภาพที่ ๒๖) ท่านี้เหมาะสำหรับการลำเลียงผู้ป่วยเจ็บเพื่อไปหาเปลในระยะทางใกล้ ๆ ให้ผู้ป่วยเจ็บอยู่ในท่านอนหงาย ผู้อุ้มนั่งคุกเข่าที่ด้านข้างของผู้ป่วยเจ็บ ตรงบริเวณสะโพก ผู้อุ้มแต่ละคนสอดแขนเข้าใต้บริเวณขาหนีบ และบริเวณหลังของผู้ป่วยเจ็บ พร้อมกับจับข้อมือของกันและกัน จากนั้นยกผู้ป่วยเจ็บขึ้นพร้อมกัน แล้วลำเลียงผู้ป่วยเจ็บต่อไป


ภาพที่ ๒๖ ท่าอุ้มคู่จับมือ (Two – Hand – Seat carry)

________________________________________________________________________

ที่มา.. http://www.nmd.go.th/ncorps/link/Beach%20guard/image/Transfer.htm
บันทึกการเข้า
jonsalat
Member
*

เครดิต : 0
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 7


"สูงสุดอยู่ที่ใจ สำเร็จก็อยู่ที่ใจ"


ดูรายละเอียด
« ตอบ #1 เมื่อ: สิงหาคม 16, 2010, 02:31:20 PM »

ชื่นชม...ครับ
บันทึกการเข้า

"การเสียสละได้แม้กระทั่งชีวิตของตนเอง......เพื่อให้ชีวิตใหม่ได้ดำเนินต่อไป"
         !.....กำลังใจของเราถ้าดี ทุกอย่างก็จะดีหมด.....!
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  ส่งหัวข้อนี้  |  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.9 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.088 วินาที กับ 20 คำสั่ง